เปิดใช้งานหน่วยงานการขนส่งเพื่อสำรวจภาวะการจราจรอัตโนมัติ

สถาบันวิจัย Southwest (SwRI) ประกาศเปิดตัว ActiveVision เครื่องไม้เครื่องมือวิชันสิสเต็มที่หน่วยงานการขนส่งสามารถใช้เพื่อตรวจหาและก็รายงานความเคลื่อนไหวภาวะการจราจรอัตโนมัติ อัลกอริทึมของ ActiveVision ประมวลผลข้อมูลกล้องถ่ายภาพเพื่อข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับลักษณะอากาศและก็ความเปลี่ยนไปจากปกติอื่นๆที่ส่งผลต่อความยัดเยียด วางแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับระบบคมนาคมอัจฉริยะ (ITS), ActiveVision สามารถระบุค่าด้วยกล้องถ่ายภาพจราจรที่มีอยู่เพื่อพินิจพิจารณาภาวะถนนหนทางโดยไม่จำเป็นจะต้องมีการตรวจทานด้วยคน

Dan Rossiter นักวิเคราะห์การค้นคว้าวิจัยชั้นแนวหน้าของการพัฒนา ActiveVision พูดว่า”วัตถุประสงค์เป็นเพื่อช่วยข้าราชการด้านการขนส่งเพิ่มสมรรถภาพของ ITS ด้วยอัลกอริธึมระดับสูงที่ทำงานสแกนข้อมูลภาพปริมาณอย่างมากมายอัตโนมัติ

ActiveVision ดำเนินงานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ActiveITS ที่ปรับปรุงโดย SwRIนอกจาก ITS อื่นๆและก็ระบบการจัดการจราจรระดับสูง (เอทีเอ็มS) ที่ใช้โดยหน่วยงานของรัฐแล้วก็เขตแดนทั่วทั้งประเทศ หัวหน้าด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจัดการการขนส่งรวมทั้งจราจร SwRI มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในการพัฒนาและก็ประยุกต์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ITS สำหรับหน่วยงานของรัฐแล้วก็เขตแดน ระบบคมนาคมอัจฉริยะที่ปรับปรุงโดย SwRI นั้นถูกใช้ประโยชน์กับถนนหนทางที่มีการจัดแจงในเขตเมืองรวมทั้งบ้านนอกกว่า 13,000 ไมล์ใน 10 เมืองแล้วก็เปอร์โตริโก

“การทำงานในเวทีของ ITS เป็นแรงจูงใจให้คณะทำงานของพวกเราหาวิธีขจัดปัญหาซึ่งสามารถประสานกับระบบการจัดการจราจรระดับสูงโดยใช้กล้องถ่ายรูปและก็ส่วนประกอบเบื้องต้นที่มีอยู่ในตอนนี้” Steve Dellenback รองประธานข้างระบบอัจฉริยะของ Swriกล่าว แผนกมีความชำนาญในระบบการจัดการการจราจรและก็ยานพาหนะที่เชื่อมต่อและก็อัตโนมัตินอกจากโซลูชั่นการเล่าเรียนของเครื่องจักรที่ใช้ในหุ่นยนต์อัตโนมัติการวิเคราะห์สุขภาพการตรวจจับการเคลื่อนไหวโดยไม่มีสัญลักษณ์แล้วก็การตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซมีเทน

Hyphens ในชื่อเรื่องกระดาษเกิดอันตรายต่อปริมาณการอ้างอิงรวมทั้งต้นสายปลายเหตุที่มีผลต่อต่อนิตยสาร

จากผลที่ได้รับจากการวิจัยปัจจุบันการปรากฏตัวของยติภังค์อย่างง่ายในชื่อเรื่องของเอกสารด้านวิชาการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถิติการอ้างอิงโดยไม่นึกถึงประสิทธิภาพของบทความ การปรากฏนี้ใช้กับสาขาวิชาที่สำคัญทั้งปวง ด้วยเหตุนั้นปริมาณการอ้างอิงแล้วก็ต้นเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียต่อนิตยสารซึ่งใช้กันทั่วๆไปในการประมวลผลศ.จ.ในมหาวิทยาลัยทั่วทั้งโลกก็เลยไม่น่าเชื่อถือ

การศึกษาค้นพบที่รุ่งเรืองคราวนี้นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความท้าพื้นฐานต่อกฎของเกมสำหรับเพื่อการตรึกตรองการมีส่วนร่วมของเอกสารนิตยสารและก็คุณครู มันถูกเผยในกระดาษที่ชื่อว่า “การทดลองความปรวนแปรของความเคลื่อนไหว: เผยข้อผิดพลาดที่หลบอยู่ในสถิติการอ้างอิงและก็ต้นเหตุที่มีผลกระทบต่อนิตยสาร” โดย Zhi Quan Zhou, T.H. Tse รวมทั้ง Matt Witheridge เผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ในธุรกรรม IEEE เกี่ยวกับวิศวกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์นิตยสารชั้นแนวหน้าในสาขานี้

T.H. Tse เป็นศ.จ.ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยประเทศฮ่องกง (HKU) Zhi Quan Zhou เรียนจบระดับปริญญาเอกจาก HKU และก็ปัจจุบันนี้ด้อยกว่าศ.จ.ด้านวิศวกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย Wollongong ออสเตรเลีย Matt Witheridgeเป็นนิสิตปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Wollongong

Scopus และก็ Web of Science เป็นระบบดรรชนีการอ้างอิงชั้นหนึ่งสองระบบ Scopusให้สถิติการอ้างอิงเพื่อเกื้อหนุนการจัดชั้นมหาวิทยาลัยโลกโดย Times Higher Education และก็ QS World University Rankings Web of Science เป็นเหตุที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อนิตยสารซึ่งช่วยเหลือการจัดชั้นนิตยสารสำคัญ เนื่องจากว่าจุดสำคัญของระบบการจัดทำดรรชนีทั้งคู่นี้ก็เลยจำเป็นจะต้องต่อการยืนยันประสิทธิภาพของระบบ โดยเฉพาะการทดลองความคงทนซึ่งก็คือการพิจารณาความรู้ความเข้าใจของระบบสำหรับการจัดแจงกับอินพุตที่บกพร่องหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เป็นต้นว่าระบบการจัดทำดรรชนีสามารถจัดแจงการอ้างอิงได้อย่างแม่นยำหรือเปล่าถ้ามีการพิมพ์ไม่ถูกน้อยเมื่ออ้างอิงชื่อกระดาษ?

ศ.จ. Tse แล้วก็สมาชิกในกลุ่มเสนอขั้นตอนการใหม่ที่เรียกว่า “การทดลองคงทนถาวรต่อความเคลื่อนไหว” เพื่อวิเคราะห์ Scopus และก็ Web of Science การเรียนรู้ในเชิงลึกเผยข้อเสียความคงทนในทั้งคู่ระบบที่อาจจะส่งผลให้มีการอ้างอิงที่บกพร่องสำหรับเอกสารที่มียติภังค์ในชื่อเพื่อต้นเหตุที่มีผลกระทบต่อนิตยสารคำนวณคือปัญหา

ย้อนกลับไปในปี 2558 Letchford รวมทั้งเพื่อนผู้ร่วมการทำงานได้ทำการศึกษาเรียนรู้ขนาดใหญ่เกี่ยวกับ Scopus และก็พบว่าเอกสารที่มีชื่อสั้นกว่ามักถูกอ้างถึงมากยิ่งกว่าเอกสารที่ยาวกว่า ผลของพวกเขาถูกรายงานอย่างมากมายในสื่อต่างแดนรวมทั้งวิทยาศาสตร์รวมทั้งธรรมชาติ

ตรงกันข้ามศ.จ. Tse รวมทั้งกลุ่มปัจจุบันนี้พบว่าอันที่จริงแล้วมันเป็นปริมาณของสัญลักษณ์ยติภังค์ในชื่อที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นต้นสายปลายเหตุที่มีอำนาจเหนือกว่าสำหรับในการอ้างอิงปริมาณ โดยธรรมดาแล้วปริมาณของสัญลักษณ์ขีดคั่นมีความเกี่ยวเนื่องกับความยาวชื่อของกระดาษฉะนั้นก็เลยให้การตีความหมายที่ไม่ถูกที่การนับการอ้างอิงขึ้นกับความยาวของชื่อ

กรรมวิธีการอ้างอิงต่างๆนาๆตามหัวข้อ การพิมพ์ในบางสาขาอาจมีการนับการอ้างอิงที่เป็นระบบมากยิ่งกว่าในสาขาอื่น ยกตัวอย่างเช่นบางบุคคลบางทีอาจคัดค้านว่าเอกสารทางเคมี (ที่ชื่อกระดาษชอบมีสัญลักษณ์ยติภังค์เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของคำศัพท์ทางเคมี) ได้รับปริมาณที่ออกจะ จำกัด ของการอ้างอิงก่อให้เกิดความข้องเกี่ยวแง่ลบเลียนแบบระหว่างยติภังค์และก็การอ้างอิง ด้วยเหตุผลดังกล่าวคณะทำงานก็เลยศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนิตยสารในสาขาวิชาเฉพาะ ผลที่ได้รับจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่ายติภังค์มีผลลบต่อปริมาณการอ้างอิงของเอกสารแม้การเรียนจะถูก จำกัด เฉพาะบางสาขาวิชาแค่นั้น

เพื่อสร้างผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยในระดับบทความและก็ระเบียบกลุ่มได้กระทำการตรวจตราผลพวงของยติภังค์ในชื่อบทความระดับนิตยสาร Journal Impact Factor (JIF) เป็นตัวชี้วัดทั่วๆไปในการระบุความถี่การอ้างอิงของนิตยสารด้านวิชาการ มันถูกใช้บ่อยมากเพื่อแสดงจุดสำคัญสัมพัทธ์ของสมุดรายวันด้านในเขตข้อมูลนั้น การศึกษาเล่าเรียนในสาขาวิศวกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์เปิดเผยให้มีความเห็นว่านิตยสาร JIF ที่มีชั้นสูงขึ้นยิ่งกว่ากำลังพิมพ์เอกสารที่มียติภังค์ในระดับค่อนข้างต่ำ

กลุ่มได้กระทำพินิจพิจารณาความถูกต้องแน่ใจของการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอีกเพื่อหลบหลีกการตกกับดักของความเชื่อมโยงกับต้นเหตุ

“ผลของพวกเราเสนอคำถามเกี่ยวกับความเชื่อถือด้วยกันของนักวิชาการรัฐบาลและก็หน่วยงานด้านการระดมทุนที่นับการอ้างอิงเป็นมาตรการเชื่อใจได้สำหรับเพื่อการมีส่วนร่วมรวมทั้งจุดสำคัญของเอกสารตามความเป็นจริงพวกเขาสามารถบิดเบือนได้อย่างง่ายดายไม่เป็นผลต่อประสิทธิภาพของการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยในลักษณะเดียวกันผลของพวกเรายังท้าความถูกต้องชัดเจนของเหตุผลพวงของนิตยสาร “ศ.จ. Tse กล่าว

“ คำตอบที่น่าแปลกใจกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ แม้กระนั้นมีประโยชน์สำหรับคุณครูที่อยากครอบครองตำแหน่งหรือเลื่อนขั้นแค่นั้น แม้กระนั้นยังรวมทั้งผู้บริหารระดับสูงดังเช่นว่าผู้นำคณบดีและก็หัวหน้าอีกด้วยพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์กับแผนกในมหาวิทยาลัยทุกหย่อมหญ้าได้”

ช่องโหว่โปรแกรมคอมพิวเตอร์เวชภัณฑ์ส่วนตัวถูกศึกษาค้นพบ

ข้อด้อยในโปรแกรมคอมพิวเตอร์โอเพนซอร์ซทั่วๆไปสำหรับเพื่อการพินิจพิจารณาจีโนมทำให้การวิเคราะห์ทางด้านการแพทย์ที่ใช้ดีเอ็นเอมีโอกาสเสี่ยงต่อการเช็ดกจู่โจมทางไซเบอร์

นักค้นคว้าที่ Sandia National Laboratories กำหนดข้อด้อยรวมทั้งแจ้งผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออก patch เพื่อแก้ไข ปัญหาได้รับการปรับปรุงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์รุ่นปัจจุบันแล้ว แม้ว่าจะไม่รู้การจู่โจมจากช่องโหว่นี้สถาบันมาตรฐานแล้วก็เทคโนโลยีแห่งชาติได้ชี้แจงไว้ภายในบันทึกย่อถึงนักปรับปรุงโปรแกรมคอมพิวเตอร์นักค้นคว้าจีโนมิกส์รวมทั้งผู้ดูแลระบบเน็ตเวิร์ก

การศึกษาค้นพบพบว่าการป้องกันข้อมูลจีโนมเกี่ยวพันกับการจัดเก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลโดยสวัสดิภาพมากยิ่งกว่า ความปลอดภัยทางโลกไซเบอร์ของระบบคอมพิวเตอร์ที่พินิจพิจารณาข้อมูลทางพันธุกรรมก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน Corey Hudson นักค้นคว้าด้านชีวสารสนเทศที่ Sandia กล่าวซึ่งช่วยเผยปัญหาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว

ยาส่วนบุคคล – แนวทางการสำหรับเพื่อการใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้เจ็บป่วยเพื่อเป็นแถวทางในการดูแลรักษาพยาบาลมีสองขั้นตอน: การจัดลำดับรายละเอียดทางพันธุกรรมทั้งปวงจากเซลล์ของคนไข้แล้วก็เทียบลำดับนั้นกับจีโนมมนุษย์ที่ตามมาตรฐาน จากการเปรียบเทียบนั้นหมอจะเจาะจงความเคลื่อนไหวทางพันธุกรรมเฉพาะในคนป่วยที่เชื่อมโยงกับโรค

การหาลำดับจีโนมเริ่มด้วยการตัดและก็เลียนแบบข้อมูลกรรมพันธุ์ของบุคคลออกเป็นชิ้นเล็กๆนับล้าน แล้วหลังจากนั้นเครื่องจะอ่านแต่ละชิ้นหลายๆครั้งและก็เปลี่ยนแปลงภาพขององค์ประกอบเป็นลำดับของการผลิตบล็อคโดยธรรมดาจะมีตัวอักษร A, T, C รวมทั้ง Gสุดท้ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเก็บรวบรวมลำดับพวกนั้นและก็จับคู่ข้อมูลแบบอย่างแต่ละตำแหน่งให้เป็นมนุษย์มาตรฐาน ลำดับจีโนม โปรแกรมจับคู่หนึ่งที่ใช้กันอย่างล้นหลามโดยนักค้นคว้าฟังก์ชั่นเฉพาะบุคคลเรียกว่า Burrows-Wheeler Aligner (BWA)

นักค้นคว้าของ Sandia ที่เล่าเรียนความปลอดภัยทางไซเบอร์ของโปรแกรมนี้พบว่าข้อเสียเมื่อโปรแกรมนำเข้าจีโนมที่ตามมาตรฐานจากเซิร์ฟเวอร์ของรัฐบาล ลำดับจีโนมที่เป็นมาตรฐานนั้นเดินทางผ่านวิถีทางที่ไม่ปลอดภัยซึ่งสร้างจังหวะให้กับการจู่โจมทางไซเบอร์ทั่วๆไปที่เรียกว่า “ผู้ที่อยู่กึ่งกลาง”

สำหรับการจู่โจมคราวนี้คู่อริหรือแฮ็กเกอร์สามารถสกัดลำดับจีโนมมาตรฐานแล้วส่งไปยังผู้ใช้ BWA พร้อมด้วยโปรแกรมที่เป็นโทษซึ่งจะเปลี่ยนข้อมูลทางพันธุกรรมที่ได้จากการหาลำดับ มัลแวร์สามารถแปลงข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยในระหว่างการเขียนแผนที่จีโนมทำให้การวิเคราะห์ขั้นท้ายสุดผิดจะต้องโดยไม่มีผู้ใดทราบ ในทางปฏิบัติมีความหมายว่าหมอบางทีอาจสั่งยาโดยใช้การพินิจพิจารณาทางพันธุกรรมว่าถ้าหากพวกเขามีข้อมูลที่ถูกพวกเขาจะทราบดีว่าจะไม่เป็นผลหรือเป็นพิษต่อผู้เจ็บป่วย

ห้องทดลองทางนิติเวชรวมทั้ง บริษัท หาลำดับจีโนมที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์การเขียนแผนที่นี้ก็มีการเสี่ยงด้วยเหมือนกันที่จะมีการเปลี่ยนคำตอบที่ก่อให้เกิดอันตรายในลักษณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้รับมาจากการทดลองทางพันธุกรรมโดยตรงถึงลูกค้ามิได้รับผลพวงจากช่องโหว่นี้เหตุเพราะการทดลองพวกนี้ใช้แนวทางการเรียงลำดับที่ต่างจากการหาลำดับจีโนมทั้งสิ้นฮัดสันกล่าว

การขับเคลื่อนของแผ่นเปลือกโลกบางทีอาจส่งเสริม ‘Cambrian Explosion’

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆเกี่ยวกับสิ่งที่บางทีอาจสนับสนุน”Cambrian Explosion” – ขณะของการขยายแบบอย่างรวดเร็วทันใจของแนวทางดำเนินชีวิตสัตว์ต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อ 500 ล้านปีกลาย

ในตอนที่แนวความคิดปริมาณหนึ่งถูกเสนอขึ้นมาเพื่อชี้แจงตอนที่สำคัญนี้ที่น่าไว้วางใจที่สุดซึ่งมันถูกเพิ่มพลังด้วยระดับออกสิเจนที่มากขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังซึ่งทำให้สัตว์หลายประเภทเติบโตได้

การเรียนใหม่ชี้ให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของระดับออกสิเจนนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากความเคลื่อนไหวของเปลือกโลกในระดับนานาชาติ

ในระหว่างการก่อตัวของ supercontinent ‘Gondwana’ มีการมากขึ้นเป็นอย่างมากในภูเขาไฟแนวทวีป – โซ่ของภูเขาไฟชอบเกิดขึ้นหลายพันไมล์ยาวที่เกิดขึ้นแผ่นเปลือกโลกทวีปและก็ห้วงมหาสมุทรชนกัน สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการ ‘กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์’ที่มากขึ้นจากหินชั้นโบราณ

สิ่งนี้กลุ่มได้กระทำคำนวณนำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นของ CO2 ในชั้นบรรยากาศรวมทั้งกระบวนการทำให้โลกร้อนขึ้นซึ่งจะขยายการสึกกร่อนของหินทวีปซึ่งทำให้ธาตุฟอสฟอรัสจากสารอาหารไปสู่ห้วงมหาสมุทรเพื่อขับการสังเคราะห์ด้วยแสงแล้วก็การสร้างออกสิเจน

การวิจัยนี้นำโดย Josh Williams ผู้เริ่มการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยในฐานะนิสิตปริญญาโทที่ University of Exeter และก็กำลังศึกษาเล่าเรียนระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Edinburgh

ในตอนโครงงานปริญญาโทวิทยาศาสตร์ของเขาเขาใช้แบบจำลองทางชีวภาพเคมีชีวภาพที่มีความสลับซับซ้อนเพื่อจำนวนแรกของความเคลื่อนไหวในระดับออกสิเจนในบรรยากาศก่อนจะมีการระเบิดของชีวิตนี้

ศ.จ.ทิมเลนตันนักเขียนร่วมรวมทั้งหัวหน้าแผนการจากสถาบัน Global Systems Instituteพูดว่า:“ หนึ่งในปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่ดาร์วินได้รับการยินยอมรับมาตั้งแต่ตอนแรกเป็นเพราะเหตุไรชีวิตที่สลับซับซ้อนในรูปของสัตว์ฟอสซิลปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันในสิ่งที่มีชื่อเสียงกันในตอนนี้ เหมือนกับการปะทุของ Cambrian

การเล่าเรียนเยอะๆชี้แนะว่าสิ่งนี้เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของระดับออกสิเจน – แต่ว่าไม่มีต้นเหตุที่แจ่มแจ้งสำหรับในการมากขึ้นดังที่กล่าวถึงมาแล้วหรือความอุตสาหะอะไรก็แล้วแต่สำหรับเพื่อการหาจำนวนมัน

แบบจำลองนี้ไม่เพียงแต่ทายการเพิ่มขึ้นของระดับออกสิเจนอย่างเห็นได้ชัดเนื่องมาจากความเคลื่อนไหวของกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงโครงร่างแผ่นเปลือกโลก แต่ว่าการเพิ่มขึ้นของออกสิเจน – โดยประมาณจำนวนหนึ่งในสี่ของระดับในชั้นบรรยากาศในตอนนี้ – ผ่านระดับวิกฤตที่สัตว์อยาก มองเห็นสำหรับการระเบิด Cambrian

วิลเลียมส์กล่าวเสริม: “สิ่งที่น่าดึงดูดเป็นพิเศษเกี่ยวกับการวิจัยชิ้นนี้เป็นแบบจำลองนี้ไม่เพียงแต่ แม้กระนั้นจะพยากรณ์การเพิ่มขึ้นของออกสิเจนในระดับที่ทำนองว่าจำเป็นต้องต่อการรอคอยงรับสัตว์กินนมขนาดใหญ่โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมทั้งเป็นสัตว์กินเนื้อของCambrian เพียงแค่นั้น กติกากับหลักฐานทางธรณีวิทยาที่มีอยู่ “

“ เกิดเรื่องน่าทึ่งที่มีความรู้สึกว่าบรรพบุรุษสัตว์ที่โบราณที่สุดของพวกเรา – แล้วก็เพราะฉะนั้นเราทุกคน – บางทีอาจติดหนี้ติดสินการดำรงชีวิตของพวกเราในเล็กน้อยไปจนกระทั่งในระหว่างที่เปลี่ยนไปจากปกติของแผ่นเปลือกโลกแผ่นเปลือกโลกในตอนครึ่งพันล้านปีกลาย” ศ.จ.เลนตันกล่าว

พัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในห้วงสมุทรแปรไปเมื่อ 170 ล้านปีกลาย

จนถึงถึงจุดนั้นการบรรลุผลของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้รับการควบคุมอย่างยิ่งจากต้นเหตุที่ไม่ใช่ชีวภาพรวมทั้งเคมีของห้วงสมุทรและก็อากาศ

อย่างไรก็แล้วแต่จากตอนกึ่งกลางของสมัยจูราสสิกเป็นต้นไป (โดยประมาณ 170 ล้านปีกลาย) เหตุทางชีวภาพอย่างเช่นความเกี่ยวพันของนักล่า – ล่าเหยื่อก็มีความหมายมากขึ้น

นักวิทยาศาสตร์บอกว่าความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมทั้งการเพิ่มปริมาณของพลิกก์ตอนแคลเซียมคาร์บอเนตที่แยกตัวออกมาและก็การพูดซ้ำเติมของพวกมันบนพื้นห้วงมหาสมุทร

พวกเขามั่นใจว่าการเพิ่มขึ้นของพลิกก์ในขณะนี้ทำให้ส่วนประกอบทางเคมีของห้วงสมุทรมีความมีประสิทธิภาพรวมทั้งเป็นข้อตกลงสำหรับหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่สะดุดตาที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

การค้นคว้านำโดยนักวิชาการจากสถานศึกษาภูมิศาสตร์มหาวิทยาลัยพลีมั ธ วิทยาศาสตร์โลกแล้วก็สภาพแวดล้อมรวมทั้งสถานที่เรียนคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และก็เลขคณิตในความร่วมแรงร่วมใจกับนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเบอร์เกนในประเทศนอร์เวย์รวมทั้งมหาวิทยาลัยเอ้อลานเกน – นูเรมเบิร์กในเยอรมนี

ผู้สมัครระดับปริญญาเอก Kilian Eichenseer คนเขียนนำการเล่าเรียนชี้แจงผลพวงของการเปลี่ยนเป็นปูนพลิกก์ตอน: “วันนี้พื้นที่ขนาดใหญ่ของพื้นห้วงสมุทรถูกปกคลุมด้วยชอล์กเสมอกันซึ่งมีสิ่งมีชีวิตกล้องจุลทรรศน์ที่มากขึ้นเพื่อการปกครองในตอนกึ่งกลางจูราสสิค มวลชอล์กช่วยทำให้ปรับสมดุลความเป็นกรดของห้วงมหาสมุทรและก็ด้วยความสมดุลในสถานที่สิ่งมีชีวิตน้อยกว่าที่ได้รับความกรุณาปรานีจากการก่อกวนในระยะสั้นของเคมีในห้วงมหาสมุทรมากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา โดยไม่นึกถึงแร่วิทยาถ้าหากเคมีในห้วงสมุทรมีเสถียรภาพ “

การค้นคว้าคราวนี้มีจุดประสงค์เพื่อทดลองข้อสมมติที่ว่าจุดสำคัญเชิงพัฒนาการของสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่ชีวภาพได้ต่ำลงตรงเวลาทางธรณีวิทยา

ตั้งแต่แมื่อการเกิดขึ้นเมื่อกว่า 540 ล้านปีกลายชีวิตหลายเซลล์ปรับปรุงขึ้นภายใต้อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่ชีวภาพและก็สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ แม้กระนั้นความสมดุลระหว่างสาเหตุพวกนี้เปลี่ยนไปยังไง

ฝาหอยที่ผ่านการเผาให้การทดลองในอุดมคติเพื่อตอบปัญหานี้เนื่องมาจากอารากอนรวมทั้งแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งเป็นแร่ที่สร้างขึ้นจากฝาหอยก็เป็นแบบที่ไม่ใช่ทางชีวภาพในห้วงมหาสมุทร

ในการศึกษาเรียนรู้ของพวกเขาคนเขียนใช้บันทึกซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตในโลกที่กว้างขวางซึ่งหลั่งแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งมีตัวอปิ้งมากยิ่งกว่า 400,000 แบบอย่างจาก10,000 ปีกลายคริสตกาลจนกระทั่งราวๆ 500 ล้านปีกลาย

ด้วยการใช้อุณหภูมิรวมทั้งส่วนประกอบของน้ำในห้วงมหาสมุทรในสมัยก่อนนักเขียนราวรูปร่างของอารากอนรวมทั้งแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งก่อตัวเป็นอนินทรีย์ในห้วงมหาสมุทรในระยะ 85 ธรณีวิทยาในระยะ 500 ล้านปี

ผ่านชุดการวิเคราะห์ทางสถิติที่ปรับปรุงขึ้นเป็นพิเศษแบบอย่างอนินทรีย์ของสมุทรอารากอนไนต์ – แคลไซต์ก็ถูกนำไปเปรียบเทียบกับส่วนประกอบแร่กาบหอยในขณะเดียวกัน

ผลที่ตามมาจนกระทั่งกึ่งกลางสมัยจูราสสิกโดยประมาณ 170 ล้านปีกลายการบรรลุเป้าหมายทางนิเวศวิทยาของสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่ปลีกตัวจากกาบหอยนั้นเชื่อมโยงกับส่วนประกอบของฝาหอยอย่างแน่นหนา: สิ่งมีชีวิตที่หลั่งธาตุที่ดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อม

แม้กระนั้นระบบ Earth-Life ได้ปฏิรูปชั่วนิจนิรันดร์ด้วยการเพิ่มปริมาณของพลิกก์ตอนแปลงเป็นแคลเซียมซึ่งขยายการสร้างแคลเซียมคาร์บอเนตจากชั้นวางไหล่ทวีปไปจนกระทั่งห้วงมหาสมุทรเปิด

สิ่งนี้ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าผลพวงเชิงพัฒนาการของตอนของความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศที่ร้ายแรงและก็กระตุ้นให้เกิดกรดของห้วงมหาสมุทรนั้นร้ายแรงน้อยกว่าเรื่องเทียบกันที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์โลก

การเรียนใหม่แก้ปัญหาหัวข้อการสะสมเกลือที่ก้นมหาสมุทรเดดซี

การค้นคว้าวิจัยใหม่ชี้แจงว่าเพราะเหตุไรผลึกเกลือทับกันในส่วนที่ลึกที่สุดของพื้นสมุทรเดดซีการศึกษาและทำการค้นพบซึ่งสามารถช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้เรื่องว่าการสะสมของเกลือขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นในอดีตกาลในโลกทางธรณีวิทยา

สมุทรเดดซีซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำทะเลซึ่งล้อมด้วยจอร์แดนอิสราเอลแล้วก็ฝั่งตะวันตกนั้นมีความเค็มมากยิ่งกว่าห้วงมหาสมุทรถึงแทบ 10 เท่า มนุษย์ได้ไปเยี่ยมสมุทรเดดซีตรงเวลาหลายพันปีเพื่อสัมผัสกับคุณลักษณะการดูแลและรักษาโดยกล่าวถึงว่ารวมทั้งลอยอยู่ในน้ำที่หนาแน่นมากมายลอยตัวรวมทั้งกล่าวถึงสมุทรกลับไปสู่สมัยพระตำรา

น้ำจืดเป็นจำนวนมากที่ให้อาหารในสมุทรเดดซีได้รับการเอนเอียงไปในตอนไม่กี่สิบปีให้หลังทำให้ระดับน้ำทะเลลดน้อยลงรวมทั้งทำให้มันเค็มกว่าเดิม นักวิทยาศาสตร์มองเห็นทีแรกในปี 2522 ภายหลังวิธีการนี้เริ่มขึ้นผลึกเกลือนั้นนอนก้นจากข้างบนสุดของน้ำ”หิมะ” ลงมาและก็ซ้อนขึ้นมาบนทะเลสาบ ชั้นเกลือบนพื้นทะเลสาบโตขึ้นดกราวๆ 10ซม.ทุกปี

วิธีการขับผลึกเกลือนี้ “หิมะ” และก็การสั่งสมของชั้นเกลือบนทะเลสาบได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์งงงันเนื่องจากมันไม่มีเหตุผลตามกฎของฟิสิกส์ ในเวลานี้การเรียนใหม่ในนิตยสารศึกษาค้นคว้าทรัพยากรน้ำของ AGU เสนอว่าการก่อกวนเล็กๆในทะเลสาบที่เกิดขึ้นมาจากคลื่นหรือการเคลื่อนไหวอื่นๆสร้าง “นิ้วมือเกลือ” ที่เบาๆเกลือลงสู่ก้นมหาสมุทรสาบ

“ในตอนแรกคุณจะสร้างนิ้วมือเล็กๆพวกนี้ซึ่งเล็กเกินกว่าจะพิจารณาได้ … แม้กระนั้นพวกมันจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างเร็วขณะที่มันเขยื้อนลงมาแล้วก็สร้างองค์ประกอบที่ใหญ่ขึ้นและก็ใหญ่ขึ้น” Raphael Ouillon วิศวกรเครื่องกลไกของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานตาบาร์บาร่ากล่าว รวมทั้งนักเขียนหลักของการเล่าเรียนใหม่

“ นิ้วเริ่มอาจมีความครึ้มเพียงแต่ไม่กี่มม.หรือครึ้มไม่กี่ซม. แต่ว่าพวกมันอยู่ทุกที่ที่ต้องการทั่วอีกทั้งทะเลสาบ” Eckart Meiburg กล่าวยังเป็นวิศวกรเครื่องยนต์ที่ UC Santa Barbara แล้วก็คนเขียนใหม่ เรียนรู้. นิ้วเล็กๆกลุ่มนี้มารวมกันกระตุ้นให้เกิดการไหลของเกลือปริมาณมากมายก่ายกอง

การศึกษาค้นพบใหม่นี้ช่วยทำให้นักค้นคว้ารู้เรื่องฟิสิกส์ของสมุทรเดดซีได้ดิบได้ดีขึ้น แต่ว่ายังช่วยชี้แจงการก่อตัวของรอยเปื้อนเกลือขนาดใหญ่ที่เจอข้างในเปลือกโลก

สมุทรเดดซีเป็นเพียงแค่น้ำภายในร่างกายที่มีออกสิเจนมากมายในโลกในขณะนี้ซึ่งขั้นตอนนี้เกิดขึ้นด้วยเหตุนั้นก็เลยเป็นห้องทดลองพิเศษสำหรับนักค้นคว้าในการศึกษาเรียนรู้กลไกการสั่งสมของเกลือที่ดกพวกนี้

“ทั้งหมดทั้งปวงนี้ทำให้สมุทรเดดซีคือระบบที่ไม่ซ้ำใคร” Nadav Lensky นักธรณีวิทยาที่มีการตรวจสอบทางธรณีวิทยาของอิสราเอลแล้วก็นักเขียนร่วมการศึกษาเล่าเรียนใหม่กล่าว”โดยรากฐานแล้วพวกเรามีการศึกษาค้นพบใหม่ตรงนี้ซึ่งพวกเรารู้สึกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากกับความรู้ความเข้าใจสำหรับการเรียงของแอ่งกลุ่มนี้ซึ่งคือเรื่องปกติในประวัติศาสตร์ของโลก”

แบบใหม่ชี้แนะทวีปที่หายไปสำหรับโลกสมัยแรก

นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแอดิเลดได้เผยแพร่งานค้นคว้าวิจัยสองชิ้นเกี่ยวกับลักษณะของกัมมันตภาพรังสีในหินตรงเวลาหลายพันล้านปีซึ่งพบว่าเปลือกโลกทวีปของโลกอาจมีความหนามากขึ้นเร็วกว่าแบบจำลองที่เสนอแนะในตอนนี้ .

“พวกเราใช้แบบจำลองนี้เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนพัฒนาการจากโลกสมัยแรกถึงตอนนี้และก็ชี้แนะว่าการอยู่รอดของเปลือกโลกสมัยแรกนั้นขึ้นกับจำนวนของกัมมันตภาพรังสีในหิน – ไม่ใช่จังหวะสุ่ม” ดร. Derrick Hasterok กล่าว สาขาวิชาธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยแอดิเลดและก็ศูนย์วิทยาศาสตร์ธรณีวิทยามอว์สัน

“ถ้าหากแบบจำลองของพวกเราพิสูจน์ว่าถูกมันบางทีอาจจำเป็นต้องปรับแก้หลายประเด็นของความรู้ความเข้าใจของพวกเราเกี่ยวกับพัฒนาการทางเคมีรวมทั้งกายภาพของโลกรวมทั้งอัตราการเจริญเติบโตของทวีปแล้วก็บางทีอาจเป็นได้ว่าการขับเคลื่อนของแผ่นเปลือกโลก”

ดร. Hasterok รวมทั้งนิสิตปริญญาเอกของเขา Matthew Gard ได้เก็บรวบรวมแบบอย่างหินอัคนีทางธรณีวิทยา 75,800 แบบอย่าง (ตัวอย่างเช่นหินแกรนิต) โดยมีการสร้างอายุราวๆจากทั่วทวีป พวกเขาประเมินกัมมันตภาพรังสีในหินพวกนี้ในวันนี้และก็สร้างแบบจำลองของกัมมันตภาพรังสีเฉลี่ยจากสี่พันล้านปีกลายจนกระทั่งเดี๋ยวนี้

“ หินทุกก้อนมีกัมมันตภาพรังสีตามธรรมชาติที่ผลิตความร้อนแล้วก็เพิ่มความร้อนในเปลือกโลกเมื่อมันย่อยสลาย – ยิ่งกัมมันตภาพรังสีมากมายเยอะแค่ไหนก็ยิ่งมีความร้อนมากยิ่งขึ้นแค่นั้น” ดร. Hasterok กล่าว “โดยธรรมดาหินที่เกี่ยวพันกับเปลือกโลกทวีปนั้นมีกัมมันตภาพรังสีสูงขึ้นยิ่งกว่าหินในห้วงสมุทรหินอายุสี่พันล้านปีจะมีกัมมันตภาพรังสีราวๆสี่เท่าเมื่อมันถูกทำขึ้นเมื่อเทียบกับขณะนี้”

แต่ว่านักค้นคว้าพบว่ามีการเสียดุลที่ไม่คาดคิดในระดับกัมมันตภาพรังสีในหินที่แก่มากยิ่งกว่าโดยประมาณสองพันล้านปี เมื่อพวกเขาปรับแก้สำหรับในการผลิตความร้อนที่สูงขึ้นเพราะเหตุว่ากัมมันตภาพรังสีที่สูงขึ้นซึ่งจะมีอยู่การขาดดุลจะหายไป

“พวกเรามีความคิดว่าจะมีหินแกรนิตราวกับ – หรือชนิดทวีป – หินบริเวณแต่ว่าเนื่องจากว่ากัมมันตภาพรังสีที่สูงขึ้นแล้วก็ด้วยเหตุผลดังกล่าวความร้อนที่สูงขึ้นพวกมันบางทีอาจละลายหรือถูกทำลายได้ง่ายจากการเคลื่อนของเปลือกโลก ไม่แสดงในบันทึกทางธรณีวิทยา

“แบบจำลองที่มีอยู่เดิมของพวกเราเสนอแนะว่าท้ายที่สุดทวีปก็ขยายตัวออกมาจากห้วงสมุทรเมื่อเปลือกโลกมีความครึ้ม แม้กระนั้นพวกเรามีความคิดว่าอาจมีเยอะมากๆแม้ว่าจะมีเปลือกโลกที่ไม่เสถียร

ศ.จ.มาร์ตินแฮนด์คนเขียนร่วมจากมหาวิทยาลัยแอดิเลดบอกว่าโมเดลใหม่อาจมีนัยสำคัญสำหรับในการติดตามผลพวงของภาวการณ์โลกร้อน

สิ่งที่แบบจำลองใหม่นี้อนุญาตให้พวกเราทำเป็นช่วยพยากรณ์กัมมันตภาพรังสีของหินในสถานที่ที่พวกเรามีตัวอปิ้งน้อยหรือเปล่ามีเลยอย่างแอนตาร์กติกาที่พวกเราไม่อาจจะเข้าถึงแบบอย่างได้ซึ่งบางทีอาจสำคัญมากสำหรับการประเมินความเสถียรภาพของแผ่นน้ำแข็งรวมทั้งอุณหภูมิ ความเคลื่อนไหวที่จำเป็นต้องสำหรับภาวการณ์โลกร้อนที่จะส่งผลเสียต่อการละลายของน้ำแข็ง “มาร์ตินแฮนด์ศ.จ.ทางด้านวิทยาศาสตร์โลกกล่าว

นักค้นคว้าบอกว่าแบบจำลองกัมมันตภาพรังสีใหม่บางทีอาจช่วยสำหรับเพื่อการค้นหาหินร้อนที่มีประสิทธิภาพความร้อนใต้ดินรวมทั้งสามารถใช้เพื่อสำหรับในการสร้างแบบจำลองการสุกแก่ของน้ำมันที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นในแอ่งขี้ตะกอน