ช่องโหว่โปรแกรมคอมพิวเตอร์เวชภัณฑ์ส่วนตัวถูกศึกษาค้นพบ

ข้อด้อยในโปรแกรมคอมพิวเตอร์โอเพนซอร์ซทั่วๆไปสำหรับเพื่อการพินิจพิจารณาจีโนมทำให้การวิเคราะห์ทางด้านการแพทย์ที่ใช้ดีเอ็นเอมีโอกาสเสี่ยงต่อการเช็ดกจู่โจมทางไซเบอร์

นักค้นคว้าที่ Sandia National Laboratories กำหนดข้อด้อยรวมทั้งแจ้งผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออก patch เพื่อแก้ไข ปัญหาได้รับการปรับปรุงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์รุ่นปัจจุบันแล้ว แม้ว่าจะไม่รู้การจู่โจมจากช่องโหว่นี้สถาบันมาตรฐานแล้วก็เทคโนโลยีแห่งชาติได้ชี้แจงไว้ภายในบันทึกย่อถึงนักปรับปรุงโปรแกรมคอมพิวเตอร์นักค้นคว้าจีโนมิกส์รวมทั้งผู้ดูแลระบบเน็ตเวิร์ก

การศึกษาค้นพบพบว่าการป้องกันข้อมูลจีโนมเกี่ยวพันกับการจัดเก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคลโดยสวัสดิภาพมากยิ่งกว่า ความปลอดภัยทางโลกไซเบอร์ของระบบคอมพิวเตอร์ที่พินิจพิจารณาข้อมูลทางพันธุกรรมก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน Corey Hudson นักค้นคว้าด้านชีวสารสนเทศที่ Sandia กล่าวซึ่งช่วยเผยปัญหาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว

ยาส่วนบุคคล – แนวทางการสำหรับเพื่อการใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้เจ็บป่วยเพื่อเป็นแถวทางในการดูแลรักษาพยาบาลมีสองขั้นตอน: การจัดลำดับรายละเอียดทางพันธุกรรมทั้งปวงจากเซลล์ของคนไข้แล้วก็เทียบลำดับนั้นกับจีโนมมนุษย์ที่ตามมาตรฐาน จากการเปรียบเทียบนั้นหมอจะเจาะจงความเคลื่อนไหวทางพันธุกรรมเฉพาะในคนป่วยที่เชื่อมโยงกับโรค

การหาลำดับจีโนมเริ่มด้วยการตัดและก็เลียนแบบข้อมูลกรรมพันธุ์ของบุคคลออกเป็นชิ้นเล็กๆนับล้าน แล้วหลังจากนั้นเครื่องจะอ่านแต่ละชิ้นหลายๆครั้งและก็เปลี่ยนแปลงภาพขององค์ประกอบเป็นลำดับของการผลิตบล็อคโดยธรรมดาจะมีตัวอักษร A, T, C รวมทั้ง Gสุดท้ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเก็บรวบรวมลำดับพวกนั้นและก็จับคู่ข้อมูลแบบอย่างแต่ละตำแหน่งให้เป็นมนุษย์มาตรฐาน ลำดับจีโนม โปรแกรมจับคู่หนึ่งที่ใช้กันอย่างล้นหลามโดยนักค้นคว้าฟังก์ชั่นเฉพาะบุคคลเรียกว่า Burrows-Wheeler Aligner (BWA)

นักค้นคว้าของ Sandia ที่เล่าเรียนความปลอดภัยทางไซเบอร์ของโปรแกรมนี้พบว่าข้อเสียเมื่อโปรแกรมนำเข้าจีโนมที่ตามมาตรฐานจากเซิร์ฟเวอร์ของรัฐบาล ลำดับจีโนมที่เป็นมาตรฐานนั้นเดินทางผ่านวิถีทางที่ไม่ปลอดภัยซึ่งสร้างจังหวะให้กับการจู่โจมทางไซเบอร์ทั่วๆไปที่เรียกว่า “ผู้ที่อยู่กึ่งกลาง”

สำหรับการจู่โจมคราวนี้คู่อริหรือแฮ็กเกอร์สามารถสกัดลำดับจีโนมมาตรฐานแล้วส่งไปยังผู้ใช้ BWA พร้อมด้วยโปรแกรมที่เป็นโทษซึ่งจะเปลี่ยนข้อมูลทางพันธุกรรมที่ได้จากการหาลำดับ มัลแวร์สามารถแปลงข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยในระหว่างการเขียนแผนที่จีโนมทำให้การวิเคราะห์ขั้นท้ายสุดผิดจะต้องโดยไม่มีผู้ใดทราบ ในทางปฏิบัติมีความหมายว่าหมอบางทีอาจสั่งยาโดยใช้การพินิจพิจารณาทางพันธุกรรมว่าถ้าหากพวกเขามีข้อมูลที่ถูกพวกเขาจะทราบดีว่าจะไม่เป็นผลหรือเป็นพิษต่อผู้เจ็บป่วย

ห้องทดลองทางนิติเวชรวมทั้ง บริษัท หาลำดับจีโนมที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์การเขียนแผนที่นี้ก็มีการเสี่ยงด้วยเหมือนกันที่จะมีการเปลี่ยนคำตอบที่ก่อให้เกิดอันตรายในลักษณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้รับมาจากการทดลองทางพันธุกรรมโดยตรงถึงลูกค้ามิได้รับผลพวงจากช่องโหว่นี้เหตุเพราะการทดลองพวกนี้ใช้แนวทางการเรียงลำดับที่ต่างจากการหาลำดับจีโนมทั้งสิ้นฮัดสันกล่าว