ในการใช้ บัตรเครดิต แบบผิดๆ

บัตรเครดิต

5 วิธีการใช้บัตรเครดิตแบบผิดๆ

สมัยนี้ ใคร ๆ ก็ใช้ บัตรเครดิต กันทั้งนั้น แล้วมันก็แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 34 ของคนเราด้วย (เป็นที่รู้กันดีว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอวัยวะที่ 33 นะ) ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ทำอะไร เราก็มักจะใช้ บัตรเครดิต เสมอ ทั้งซื้อของในซุปเปอร์ฯ ซื้อตั๋วเครื่องบิน หรืออะไรก็แล้วแต่ บางคนวางแผนใช้ บัตรเครดิต เพื่อให้ได้คะแนนได้รางวัลตามแต่ที่บัตรเครดิตใบนั้น ๆ จะมี ซึ่งมีหลายอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วเกี่ยวกับการใช้ บัตรเครดิต เช่น ต้องจ่ายบิลให้ตรงเวลา ต้องโทรไปอายัดเมื่อบัตรหาย

แต่ เชื่อว่ามีหลายอย่างที่คุณไม่รู้มาก่อน และเรารู้ว่ามันเป็นความเชื่อที่คุณอาจจะเข้าใจผิดมาโดยตลอดด้วย

1. มียอดค้างชำระเอาไว้เพราะคิดว่าเป็นผลดีต่อคะแนนเครดิต

ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ว่าการมียอดคงค้างเอาไว้ จะทำให้มีคะแนนเครดิตดี ซึ่งมันผิด! นอกจากความเชื่อนี้จะไม่ช่วยให้คะแนนเครดิตของคุณดีขึ้นแล้ว คุณยังต้องรับภาระดอกเบี้ยสำหรับยอดค้างชำระนั้นด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ จะเกิน 20% ต่อปีทั้งนั้น (ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ) สิ่งที่คุณควรจะทำจริง ๆ เพื่อให้คะแนนเครดิตของคุณดี คือ การจ่ายเต็มจำนวนต่างหากล่ะคะ และที่สำคัญ หากคุณจ่ายเต็มจำนวนในเวลาที่เหมาะสม คุณแทบไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลยด้วยนะคะ

2. ใช้จ่ายเต็มวงเงินบัตร

โอเค ถ้าคุณมีเงิน แล้วชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวน การใช้จ่ายเต็มวงเงินบัตรถือเป็นเรื่องชิล ๆ แต่! หากคุณไม่มีความสามารถในการชำระบัตรเครดิตเต็มจำนวนล่ะ แน่นอน มันไม่ส่งผลดีกับคุณชัวร์ ๆ การใช้จ่ายแบบชิดเพดานวงเงินบัตรเครดิตนั้น เป็นอะไรที่ทำลายคะแนนเครดิตของคุณอย่างมาก ทางที่ดีที่สุด  คุณควรใช้จ่ายผ่านบัตรไม่เกิน 30% ของวงเงินบัตรเครดิตจะเป็นการดีที่สุด แถมมันยังช่วยให้คะแนนเครดิตของคุณดีอีกด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณได้วงเงินบัตรเครดิต 10,000 บาท ให้คุณใช้จ่ายผ่านบัตรใบนั้นเพียง 30% ซึ่งก็คือ 3,000 บาท และจ่ายคืนให้ตรงเวลาแบบเต็มจำนวน 3,000 บาท

3. เพิกเฉยต่อค่าธรรมเนียมรายปี

บัตรเครดิตสมัยนี้ แทบจะไม่มีใบไหนที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีแล้ว ส่วนใหญ่จะงดเว้นให้เลยตลอดชีพ หรือบางใบก็งดเว้นปีแรกให้ ปีถัดไปก็จะดูว่าคุณใช้จ่ายผ่านบัตรครบตามที่กำหนดหรือไม่ จึงจะงดเว้นให้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่งดเว้นให้ทั้งนั้น! การที่คุณยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ ถือว่าคุณเสียเปรียบอย่างแรง ทางที่ดี คุณควรจะโทรไปหาผู้บริการบัตรของคุณ พร้อมทั้งต่อรองให้งดเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้คุณ หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้คุณ คุณสามารถยื่นคำขาดว่าจะปิดบริการบัตรใบนั้นหรือไปใช้บริการกับเจ้าอื่น หากคุณเป็นลูกค้าชั้นดี ชำระบัตรตรงเวลาเสมอ ไม่เคยผิดนัดชำระ เชื่อเถอะว่าทางธนาคารจะงดเว้นให้คุณแน่นอน คงไม่มีผู้ประกอบการที่ไหน ยอมเสียลูกค้าชั้นดีของตนไปหรอกจริงไหมล่ะคะ

4. ลืมใช้คะแนนสะสม

พระเจ้าช่วย ยังมีใครที่ลืมใช้สิทธิประโยชน์ของตัวเองอีกเหรอ? เราเชื่อว่ามีแน่นอน บางคนรูดปรี๊ด ๆ เพลินจนลืมที่จะเช็คคะแนนสะสมของตัวเอง เพราะรายละเอียดคะแนนเหล่านี้ไม่ได้แนบมากับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ทำให้หลาย ๆ คนลืมเรื่องคะแนนสะสมไป ไม่ได้นะคะ! คุณจะลืมคะแนนสะสมเหล่านี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันสามารถนำไปแลกสิ่งของรางวัลได้มากมายหลากหลายแบบฟรี ๆ มีประโยชน์สุด ๆ แถมคะแนนเหล่านี้มีวันหมดอายุด้วย ถ้าหากคุณไม่ใช้ คะแนนเหล่านั้นก็จะสูญสลายไปตามกาลเวลา โดยหากต้องการดูว่าคะแนนสะสมของคุณมีเท่าไหร่ ง่ายมากค่ะ สมัยนี้คุณสามารถดูผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ลองติดต่อกับเจ้าหน้าที่ธนาคารดูสิคะ เพียงไม่กี่นาที รายละเอียดคะแนนสะสมของคุณก็มาอยู่ในมือถือของคุณแล้ว

5. ยกเลิกบัตรที่คุณไม่ค่อยได้ใช้

จริงอยู่ที่มันเป็นการดี หากคุณจะเคลียร์กระเป๋าตังของคุณ โดยการยกเลิกบัตรเครดิตบางใบที่มีประโยชน์แค่รวบรวมฝุ่นมาเกาะในกระเป๋าตังของคุณเท่านั้น แต่ก่อนที่คุณจะยกเลิกบัตรเหล่านั้น ลองฟังเหตุผลของเราก่อนนะคะ หากคุณยกเลิกบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าบัตรใบนั้นจะเป็นบัตรที่คุณไม่ค่อยได้ใช้ก็ตาม มันจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของคุณโดยตรงเลยค่ะ

เพราะการยกเลิกบัตรเครดิต ทำให้อัตราส่วนเครดิตของคุณถูกปรับเปลี่ยนลดลง ส่งผลต่อการคำนวนคะแนนเครดิตได้มากถึง 15% โอเค บางคนอาจจะไม่ได้แคร์ว่าคะแนนเครดิตจะมีเท่าไหร่ เพราะถึงอย่างไร คุณก็ใช้จ่ายอย่างพอดี ชำระเต็มจำนวนและตรงเวลา ยังไงคุณก็เป็นผู้ใช้บัตรที่มีวินัย แต่คะแนนเครดิตที่ไม่ดี ก็จะส่งผลตอนที่คุณขอกู้สินเชื่อก้อนใหญ่ อย่างเช่น บ้านหรือรถ เป็นต้น ดังนั้น เราขอแนะนำว่า เก็บบัตรเครดิตใบนั้นเอาไว้ในตู้เสื้อผ้า และนาน ๆ ทีก็หยิบมาใช้บ้าง และจ่ายคืนเต็มจำนวน เพียงเท่านี้ คะแนนเครดิตของคุณก็จะดี ไม่มีปัญหาหากขอกู้สินเชื่อแล้วค่ะ